โมดูลนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษย์ นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจาก "ความแน่นอนทางศีลธรรม" เชิงนามธรรมของทฤษฎีความน่าจะเป็นยุคแรก สู่ความพยายามในยุควิกตอเรียที่ต้องการทำแผนที่ ธรรมชาติของมนุษย์ ผ่านข้อมูล ธรรมชาติของมนุษย์ยังคงสะท้อนให้เห็น ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความซับซ้อน แต่ศตวรรษที่ 19 ก็พยายามจะควบคุมจิตวิญญาณนี้ โดยกำหนดให้มันเป็นเอนทิตีทางสถิติที่อยู่ภายใต้กฎของการแจกแจง เราจะสำรวจความเชื่อที่ว่าพฤติกรรมมนุษย์ แม้ดูเหมือน สุ่ม ในระดับบุคคล แต่กลับเป็นไปตาม เหตุและผล ที่คาดเดาได้ในภาพรวม
กลไกของธรรมชาติมนุษย์
จนถึงตอนนี้ เรื่องราวของเราได้มุ่งเน้นไปที่ทฤษฎีความน่าจะเป็นและวิธีอันชาญฉลาดในการวัดมัน นั่นคือ สามเหลี่ยมปาสกาล การแสวงหาความแน่นอนทางศีลธรรมของจาค็อบ เบอร์นูลลีในโหลลูกบอลสีดำและสีขาว โต๊ะบิลเลียดของเบส์ เส้นโค้งระฆังของเกาส์ และควินคังซ์ของ高尔顿 เครื่องมือเหล่านี้ได้สร้างกรอบแนวคิดที่ช่วยให้เราก้าวจากโต๊ะพนันไปสู่โครงสร้างทางสังคม
นักสถิติยุควิกตอเรียใช้ประโยชน์จาก การถดถอยสู่ค่าเฉลี่ย เพื่อโต้แย้งว่าลักษณะที่รุนแรงนั้นโดยธรรมชาติแล้วจะถูกดึงกลับเข้าหาค่าเฉลี่ยที่มั่นคง ดังที่ ฟรานซิส 高尔顿 กล่าวอย่างชาญฉลาดเมื่อเขาเรียกร้องให้เรา 'เพลิดเพลินไปกับมุมมองที่ครอบคลุมยิ่งกว่า' ค่าเฉลี่ยเขาเตือนเราว่า แม้ 'คนทั่วไป' จะเป็นโครงสร้างทางสถิติที่มีประโยชน์ แต่การวัดปริมาณจิตวิญญาณมนุษย์อย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยความเข้าใจในการแจกแจงทั้งหมด—ทั้งค่าผิดปกติและความแปรปรวน—ไม่ใช่แค่แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเท่านั้น